SkylineGTR R32V-SPEC II N1

V-SPEC II ในเวอร์ชั่นตัวแข่ง “N1”

ในโลกนี้ถ้าเป็น SKYLINE แล้วล่ะก็ ตราตรึงใจไม่รู้ลืม โดยเฉพาะตระกูล R32 GT-R ที่กลับมาอีกครั้งหลักจากหายไปจากรุ่น 2000 GT-R KPGC110 ไปถึง 16 ปี (1973-1989) สร้างสมรรถนะเป็นที่ประจักษ์ในโลกของ “เซอร์กิต” ที่เป็นรถญี่ปุ่นแต่บังอาจหาญไปลบเหลี่ยมตัวแข่งถึง “แดนจิงโจ้” ได้ จากเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่บรรจุเข้าไป

ขุมพลัง RB26DETT ที่มีความจุไม่มากนัก แต่โมดิฟายให้แรงหลุดโลกได้โดยไม่ยาก รวมถึงระบบการส่งกำลัง 4WD ATTESSA ปรับขับเคลื่อนแบบ Real Time และยังมีเวอร์ชั่นพิเศษอย่าง V-SPEC และ V-SPEC II ออกมาอีก ยังไม่พอ

ไอ้ที่หายากคือรุ่น V-SPEC II ในเวอร์ชั่นตัวแข่ง “N1” ที่ผลิตออกมาเป็นแบบ Light Weight สำหรับการแข่ง Group N เครดิตฟรี

NOS 10 km.

สำหรับข้อพิเศษของคันนี้ ถูกนำมาจอดโชว์ในงาน NISMO SPEED FESTIVAL @ Fuji Speedway นอกจากจะเป็น V-SPEC II N1 ที่จัดว่าหายากแล้ว สิ่งสำคัญ คือ มันเป็น NOS ศัพท์สายสะสมปีลึก รู้กันว่า คือ “New Old Stock” หมายว่าว่า “ใหม่เก่าเก็บ” รถคันนี้เป็นรถใหม่ที่ถูกเก็บไว้อย่างดีจนถึงปัจจุบัน ณ เรือนไมล์ บันทึกระยะทางการวิ่งไว้ที่ 10 กม. เท่านั้น ซึ่งระยะนี้น่าจะเป็นการ “ขยับเขยื้อนรถ” ในการจอด หรือ เลื่อนออกมาโชว์เท่านั้น ทุกอย่างยังสดสวยดั่งอดีต แม้เวลาจะผ่านมากว่า 20 ปี แล้วก็ตาม…
สล็อต

Nissmo

แน่นอนว่า ก็ต้องโดนใจสาย NISMO R32 อย่าง “ป๋าล้าน” ศักดิ์ชาย เกรียงสมุทร ที่บินไปงานนี้กับพรรคพวก ไปยืนตะลึงตาวาวกับคันนี้ ไหนๆ ก็ไปแล้ว อยากได้ต้อง “เจรจาซิ” สายนี้ตังค์เหลือจะกลัวอะไร ผลปรากฏว่า “ไม่ขายจ้า” สายโชว์ญี่ปุ่นขั้นเทพก็สะสมเอาไว้ มาขั้นนี้แล้วก็ไม่ขาย (ง่ายๆ) หรอกมั้ง เพราะของพวกนี้มันไม่ได้มีกันง่ายๆ นะจ๊ะ เหล่าผู้คลั่งไคล้ “ก๊อตซิลล่า” ก็คงอยากจะครอบครองมันทุกคน ส่วนตัวผมได้ครอบครองแน่ แต่ขอนอนฝันก่อนนะ
สล็อตออนไลน์

SKYLINE GT-R R33

BCNR33

SKYLINE GT-R รุ่นที่ 9 ในรหัสสวย “R33” ที่ออกแบบมาเน้นความเรียบหรู แบบ สปอร์ตรุ่นใหญ่ แต่ว่าความดุดันใน R32 นั้น มัน ติดตา พอมาเปลี่ยนลุคใหม่ คนกลับนิยมน้อยลง เพราะมัน ไม่ดุ อาจจะดูใหญ่เทอะทะเกินไปหน่อย ไม่สปอร์ตเต็ม100 หรืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งคนที่ชอบจะออก ผู้ใหญ่วัยรุ่น (รวมถึง วัยแรด) กันไปสักหน่อย และมาฮิตกันอีกทีก็คือ R34 ซึ่งเป็นการ ปิด ตำนาน SKYLINE GT-R กับเครื่องยนต์ 6 สูบเรียง อย่าง RB26DETT ไป ดังนั้น R33 ก็เหมือนกับเป็น เส้นขอบฟ้าที่โลกลืม แต่ความที่มัน ดูแปลกแยก แต่กลับกลายเป็น เอกลักษณ์อีกทางหนึ่ง ซึ่งก็มี กลุ่มคนที่หลงใหลในสไตล์ของมัน ซึ่งเราได้รับความรู้เชิงลึกจาก “SKYLINE R33 CLUB THAILAND” ที่ ตัวพ่อ ทั้งหลายได้ครอบครอง ด้วยความที่มันดูแปลกแยก จดกลายเป็นภาพลักษณ์   เจ้าR33 อาจจะเป็น Rare Items ที่ ถึงจะมีตังค์แต่ก็ซื้อไม่ได้ทุกครั้งไป เครดิตฟรี ด้วยอะไรหลายๆอย่างที่มันซ่อนอยู่ในรูปทรงที่ดูไม่เหมือนใคร 

รูปลักษณ์

R33 จะออกแบบรูปทรงมาดู ใหญ่ กว่า R32 ด้วยความที่ต้องการให้เป็นรถสปอร์ตในลักษณะของ GT หรือ Grand Touring ที่มี 4 ที่นั่ง แบบที่ด้านหลังสามารถ “นั่งได้จริง” แน่นอนว่า SKYLINE ก็ยืนหยัดรูปแบบ GT มาตั้งแต่แรกเริ่ม ซึ่งไม่ถือว่าเป็นสปอร์ตพันธุ์แท้ เนื่องจากว่ามีแบบ 4 ประตู เข้ามาร่วมด้วย ซึ่งสปอร์ตแท้ๆ อย่าง FAIRLADY Z นั้นจะมีเฉพาะ 2 ประตู เท่านั้น สำหรับ R33 จะยืดขนาด “ช่วงล้อหน้าถึงหลัง” ให้ยาวถึง 2,720 มม. ส่วน R32 จะอยู่เพียง 2,612 มม. ทำให้ห้องโดยสารของ R33 นั้น สามารถ “ยืด” ให้นั่งสบายขึ้นกว่า R32 และมีความกว้างขวาง นั่งสบาย อย่างกับรถครอบครัว คนที่ขับ R33 สล็อตจะชอบตรงนี้กันมาก เพราะมัน นั่งทางไกลแล้วสบายและด้วยน้ำหนักรถเปล่าถึง “1,540 กก.” (V-SPEC) ทำให้เกิดความนุ่มนวล หนักแน่นมากขึ้น นี่ก็อาจจะเป็นส่วนหนี่งของความแปลกที่น่าหลงไหลอย่างนึงก็ได้สำหรับคนที่ชอบ

R33 จะมีการเปลี่ยนแปลงในด้านเครื่องยนต์ของรุ่น น้องรอง แต่ที่แน่ๆ จะมีจำหน่ายเฉพาะบล็อก RB เท่านั้น ซึ่งบล็อกเล็กๆ 4 สูบ อย่างตัว CA18E ใน R32 4 ประตู ตัวถูกสุดนั้นไม่มีอีกต่อไป ในรุ่น GTS (HR33) จะเป็นเครื่อง RB20E 12 วาล์ว 130 PS ขึ้นมาเลยก็เป็น GTS-25 (ER33 และ ENR33 ที่เป็น 4WD) จะเป็นเครื่อง RB25DE ที่พัฒนาจากเครื่อง R32 รุ่น GXE โดยมีระบบ “กระดิกแคมไอดี” หรือ NVCS (NISSAN Valve Timing Control System คนละเรื่องกับ VVL นะ) ส่วน GTS-25T (ECR33) ก็จะเป็น RB25DET 250 PS ซึ่งเป็น “ยีบห้าเทอร์โบ” ที่ยอดฮิตกันนั่นเอง แต่รุ่นเทอร์โบนี้ไม่มี “ขับสี่” นะครับ และสุดๆสล็อตออนไลน์ กับ RB26DETT 280 PS ใน GT-R รหัสBCNR33 ซึ่งเป็นตัวแรงที่เราจะพูดถึงในครั้งนี้

ยังไงก็ถือว่าความแรงไม่น้อยหน้าใครแน่นอน

รหัสต่างๆ ที่ NISSAN SKYLINE ใช้มายาวนาน มีดังนี้…

  • H หมายถึง เครื่องยนต์ 6 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ตั้งแต่ L20 ไปจนถึง RB20
  • E หมายถึง เครื่องยนต์ 6 สูบ ขนาดเกินกว่า 2.0 ลิตร ถ้าใน R33 ก็คือ RB25 นั่นเอง…
  • B หมายถึง เครื่องยนต์ RB26DETT แน่นอน…
  • N จะหมายถึง “ขับเคลื่อนสี่ล้อ” และมีระบบ “ATTESSA” ควบคุม ซึ่งจะใช้กันในรถขับสี่แบบสปอร์ตของค่ายตัวอื่นๆ ที่ใช้ระบบนี้ ด้วย เช่น PULSAR GTi-R “RNN14” เป็นต้น…
  • R รุ่นรถ ถ้าเป็น SKYLINE ก็จะ “เริ่ม” ใช้รหัส R3X จาก R30 ปี 1981 (ก่อนหน้าคือ C210 ไม่มี R29 นะจ๊ะ) ไปยัน R35 ปัจจุบันกันเลย

ปัญหาโลกแตก” ซึ่งก็น่าแปลกว่า R33 เป็น GT-R ตัวเดียวที่มีตัว C แทรกมา ซึ่งใน BNR32 ไม่มี และพอเป็น BNR34 ก็เสือกไม่มีอีก ก็มีกระแสข้องใจกันว่า C น่าจะมาจาก “Comfortable” เพราะตัวรถมีขนาดยาวขึ้น อีกส่วนหนึ่งก็ว่าน่าจะมาจาก Coupe แต่สองอันนี้มันไม่มี Reference ยืนยันได้ คำตอบเดียวที่มี “ตัวจริง” มายืนยัน คนนี้ “Aki Itoh” (อากิ อิโตะ) เป็น “ตัวพ่อสายลึก R33” ที่มีเว็บ r33gt-r.com ชื่อว่า One Man’s Lonely in His R33 SKYLINE GT-R ได้มาตอบในเว็บ GT-R UK ใช้ล็อกอินว่า AKASAKA R33 ว่า “ตัว C นั้นหมายถึง ระบบ 4WS หรือเลี้ยวสี่ล้อ ที่เป็นแบบ Super-HICAS เหตุที่ต้องมี C เนื่องจากว่า ในช่วงที่ R33 ผลิต จะมีรถรุ่นอื่นของ NISSAN ที่มีเฉพาะ ATTESSA (รหัส N) แต่ไม่มีระบบ Super-HICAS ก็เลยต้อง “จำแนก” มาเป็นแบบนี้ รวมถึงตัว GTS-25t ด้วยนะครับjumboslot ที่มีระบบ HICAS ก็ใช้รหัส ECR33 นั่นเอง แต่ยังไม่ใช่ขับสี่นะ

ระบบ HICAS ของ R32 ยังต้องใช้แรงดันจากปั๊มเพาเวอร์ จากการหมุนพวงมาลัยมาควบคุมการเลี้ยวของล้อหลังอยู่ ปั๊มเพาเวอร์จะมี 2 ห้อง คุมแร็คหน้าและหลัง ส่วน Super-HICAS ใน R33 จะควบคุมการเลี้ยวด้วย “ไฟฟ้า” โดยตรง ปั๊มเพาเวอร์จะตัวเล็กลง เหลือเพียง 1 ห้อง คุมแร็คหน้าเท่านั้น โดยประมวลผลจาก “เซ็นเซอร์ที่คอพวงมาลัย” และ G-Sensor ที่ด้านในจะเป็น Crystal Clock ส่งสัญญาณว่าตอนนี้รถเอียงไปทางไหน จะมีมอเตอร์ไฟฟ้าคอย “ขยับการเลี้ยว” โดยตรง ทำให้ไม่ต้องใช้น้ำมันไฮดรอลิกมาดัน สำหรับ “องศาการเลี้ยว” ก็ช่วยเพียง 1-2 องศา (โดยประมาณ) แต่มีผลมาก ในการเลี้ยว หากเป็นความเร็วต่ำกว่า 80 km/h ล้อหลังจะเลี้ยว “สวนทางกับล้อหน้า” เพื่อให้วงเลี้ยวแคบ ขับสะดวก แต่ถ้าความเร็วเกินกว่านั้น ล้อหลังจะเลี้ยว “ทิศทางเดียวกับล้อหน้า” เพื่อให้เข้าโค้งได้ง่ายขึ้น

Series R33

R33 จะมีทั้งหมด 3 Series ซึ่งตอนแรกผมก็นึกว่ามันมีแบ่งด้วยเหรอวะ ไหนๆ ก็มาลองดูกันว่า แต่ละซีรีส์ต่างกันอย่างไร เริ่มที่ Series I ก่อนก็แล้วกัน สำหรับรหัสตัวถัง หรือ Vin Number นั้น จะเป็นซีรีส์ไหน เลขเท่าไร ดูที่รูป Vin Range ได้เลย บอกชัดเจน

  • ผลิตในต้นปี 1995 ถึงกลางปี 1996…
  • กล่อง ECU จาก 8 Bits ใน R32 ถูกเปลี่ยนเป็น 16 Bits ในรุ่นนี้…
  • ไฟหน้าจะเป็นแบบ H4 ธรรมดา ไฟถอยหลังจะเป็นสีขาวทั้งคู่…
  • ลิ้นหน้าจะเป็น “ลิ้นเล็ก” อยู่ใต้กันชน ส่วนตัวกรอบไฟเลี้ยววงกลมที่กันชนหน้า จะไม่มีรูดักลม…
  • ภายใน “พวงมาลัย” จะเป็นแบบ “สี่ก้าน ซาลาเปาใหญ่” คือ แป้นแตรตรงกลางจะใหญ่ๆ หนาๆ ดูไม่สปอร์ตเอาเสียเลย ก็เป็นเหตุที่หลายคนไม่ชอบภายในของ R33 เพราะมันดู“เรียบเกินไป”
  • “หน้าปัด” ก็มีข้อแตกต่างๆ ใน Series I จะมี “ช่องใส่เหรียญ” ด้านขวามือถัดจากสวิตช์ปรับกระจกไฟฟ้า ส่วน “ปุ่มกดตั้งนาฬิกา” จะ “นูน” ขึ้นมา…
  • “เบาะนั่ง” และ “แผงข้าง” จะเป็น “สีเทาแซมม่วง” ส่วนชุด “แป้นเหยียบ” จะพิเศษหน่อย เพราะมี “โลโก R” ที่แป้นคลัตช์และเบรก ส่วนแป้นคันเร่ง จะมี “ติ่ง” เอาไว้ให้ทำ Heel & Toe โดยง่าย
  • สำหรับ “ตัว Actuator ของ ABS” จะมีกล่องสีดำ ปั๊ม NISSAN UNISIA ติดตั้งที่ซอกตรงซุ้มโช้คหน้าซ้าย…
  • เครื่องยนต์เป็น RB26DETT ที่พัฒนาขึ้นมาจาก R32 ในอีกระดับ ประการแรก “ปลั๊กหัวฉีด” และ “เซ็นเซอร์ Air Temp” จะเป็น “สีแดงอิฐ”

V-Spec

สำหรับตัว V-SPEC หรือ Victory Spec นั้น ก็เหมือนกับเวอร์ชันพิเศษขึ้นมาอีกหน่อย แต่ของ R33 นั้นจะไม่ค่อยแตกต่างจากรุ่น GT-R ธรรมดาชัดเจนเหมือน R32 เหมือนกับว่า R33 ให้ของดีและ “ใหญ่” มาหมดแล้ว เช่น ล้อก็เป็นขนาด 9 x 17 นิ้ว ยางก็ 245/45R17 เบรก BREMO ก็เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน สำหรับสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาในตัว V-SPEC ก็จะเป็นระบบ “ATTESSA PRO” ที่ประมวลผลเร็วกว่า และมีการแบ่งกำลังที่เหมาะสมขึ้น เมื่อเทียบกันแล้ว ทำให้ “วงเลี้ยว” แคบกว่า ATTESSA ธรรมดาอย่างเห็นได้ชัด (เป็นการลดวงเลี้ยว เนื่องจาก R33 เป็นรถบอดี้ยาว) ส่วน “ลิมิเต็ดสลิป” ก็จะเป็นแบบ “Active LSD” หรือ A-LSD (ซึ่งจะเป็นอุปกรณ์เสริมในรุ่นธรรมดา) สังเกตที่ “วัดรอบ” จะมีไฟเตือน A-LSD เป็นเม็ดเล็กๆ อยู่ตรงกลาง ซึ่งรุ่นธรรมดาไม่มี การทำงานของมันก็จะอาศัย “แรงดันน้ำมัน” มาดันที่แผ่นคลัตช์ LSD โดยสั่งตามเงื่อนไขการขับขี่จริง เวลาทำงานก็จะขึ้นไฟโชว์ที่วัดรอบ slotนับว่าเป็นของไฮเทคที่ SKYLINE บรรจงสร้างให้นักขับทุกคน ด้วยรุ่นพิเศษนี้ยิ่งทำให้เจ้าค่าตัวของR33 นั้นดีดสูงขึ้นไปอีก เพราะมันหาได้ยากมาก เนื่องจากจำนวนที่ผลิตจากโรงงานมีน้อย ปัจจุบันถ้าเป็นรุ่นพิเศษแบบนี้แทบจะหาซื่้อไม่ได้แล้ว เพราะไม่มีใครยอมขายง่ายๆแน่นอน ต่อให้คุณมีเงินก็ใช่ว่าจะซื้อได้

JDM SPORT CARS

Nissan Skyline GT-R R32

ถ้าเราจะพูดถึงตำนานรถสปอร์ตญี่ปุ่นจากค่าย Nissan แน่นอนว่าจะต้องเป็นเจ้าก้อตซิลล่า Skyline GT-R และ GT-R ที่สร้างชื่อเสียงให้กับ Nissan ก็คงจะหนีไม่พ้น Skyline R32 จนได้รับการขนานนามว่านี่คือ ขุมทรัพย์แห่งแดนปลาดิบ ซึ่ง Nissan Skyline GT-R R32 ถูกผลิตขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1989 และอย่างที่หลายๆคนรู้กัน Skyline GT-R R32 เป็นรุ่นที่สร้างชื่อเสียงให้กับ Nissan เพราะ Skyline GT-R R32 เป็นตัวแข่งที่กวาดรางวัลจากการแข่งขันในประเทศญี่ปุ่นได้ถึง 29 รางวัล

และเป็นรถยนต์ที่มีรูปลักษณ์สวยงาม นำไปทำการตกแต่งหรือโมดิฟายให้รถมีความแรงขึ้นได้ง่าย ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2600 cc  ระบบส่งกำลังและช่วงล่าง พร้อมระบบขับ4ล้อและเลี้ยว4ล้อ ที่ตอบสนองทุกแนวทางขอมอเตอร์สปอร์ตได้เป็นอย่างดี  ด้วยรูปลักณ์การออกแบบที่ยอดเยี่ยม R32 จึงเป็นรถที่ได้รับความนิยมสำหรับคนในยุคนั้น

แนวทางการแต่ง

Skyline GT-R R32   ที่เรานำมาให้ชมกันในวันนี้ ก็คงจะเป็นชุดพาร์ท GT-R เดิมๆ ที่มาพร้อมกับชุดลิ้นหน้า JUN และสีเทาเข้มที่สื่อถึงความเคร่งขรึมของตัวรถครับ

เมื่อเปิดประตูออกมาก็จะพบกับห้องโดยสารที่ให้ความ

คลาสสิคในสไตล์สปอร์ตในยุค90 มีก้านปัดน้ำฝน

และด้านสวิสท์ไฟต่างๆ ของ Skyline R32 ถูกติดตั้งอยู่บน

คอนโซล ไม่เหมือนรถในยุคสมัยปัจจุบัน มันจะเป็นปุ่มกด

โดยส่วนที่สังเกตได้ชัดว่าเจ้า Skyline R32 คันนี้ เป็น GT-R 

เห็นทีจะเป็นเกจ์วัดแบบ Din Gauge บริเวณคอน

โซลกลาง ซึ่งหากย้อนไปมองว่าเป็นรถเมื่อ 20 ปีที่แล้ว

ต้องบอกว่า…นี่คือ รถที่หล่อมากจริงๆ ปัจจุบันจะเป็นจอดิจิตอล

ในรถสปอร์ตรุ่นใหม่ๆ

ในส่วนของเบาะนั่งเป็นเบาะ Bride Zeta III แบบ Bucket Seat ที่ทางด้านหลังเป็นกากเพชรแพงโครตๆ และบังคับการผ่านมาลัยก้านยกจาก OMP บริเวณโดยรอบของพวงมาลัย เป็นที่อยู่ของเกจ์วัดต่างๆ และมีการติดตั้งตัวปรับบูสต์ไฟฟ้า Greddy Profec B Spec II และและเทอร์โบทามเมอร์จากแบรนด์เดียวกัน ซ่อนไว้ที่ใต้คอนโซลฝั่งคนขับเพื่อไม่ให้รกสายตาจนเกินไปครับผม เบาะนั่งจะทำให้นั่งได้กระชับในเวลารถเข้าโค้งหรือ เลี้ยว

อย่างที่เกริ่นไปตั้งแต่ตอนต้นครับว่า Skyline R32 คันนี้ เป็น GT-R และแน่นอนว่าเครื่องยนต์ที่จะมากับ R32 GT-R จะต้องเป็นเครื่องยนต์ในรหัส RB26DETT อย่างแน่นอน โดยเจ้าเครื่อง RB26DETT ตัวนี้ ได้รับโมดิฟายมาอย่างเต็มพิกัด โดยไส้ในถูกเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดทุกชิ้น เพื่อความทนทานมากขึ้นกว่าเดิม โดยในส่วนของฝาสูบถูกอัพเกรดทั้งหมด ตั้งแต่แคมชาฟท์ สปริงวาล์ว และรีเทนเนอร์ ท่อนล่างเสริมความเหนียวด้วยชาฟท์ซิ่งอย่าง ACL ตามด้วยลูก 87 มม. จาก Arias พร้อมก้านสูบ BC ปั่นแรงม้าด้วยเบอร์โบ GReddy T88-38GK คายไอเสียส่วนเกินด้วยเวสเกต Sard ก่อนปล่อยไอเสียสู่ท่อ Titanium ขนาด 4 นิ้ว ในส่วนของฝั่งไอดีถูกลดอุณหภูมิด้วยอินเตอร์คลูเลอร์ HKS 4 นิ้ว ระบบเชื้อเพลิงอัพเกรดปั้มติ๊กเป็น Bosch 044 จำนวน 2 ตัว พร้อมถัง A บริเวณฝาท้าย ส่งน้ำมันไปสู่หัวฉีด Sard 2,000 ซีซี. จากนั้นจูนกล่อง ECU ใหม่ โดยเลือกใช้กล่อง HKS F-Con V Pro 3.3  ซึ่งก็อย่างที่กล่าวไปในข้างต้นว่า เจ้าเครื่องยนต์ RB26DETT ตัวที่สามารถผลิตแรงม้าออกมาได้ถึง 940 ตัว ที่บูส 2.0 บาร์ ซึ่งก็ได้คลัชท์ ORC 4 แผ่น มาจับฝูงม้าทั้ง 940 ตัว ลงไปที่ล้อขับเคลื่อนทั้ง 4 ครับ ม้าหลายตัวไม่แรงได้ไงจริงไหม

เมื่อเพลาส่งกำลังแรงม้าในระดับ 940 ตัว มาที่ล้อแบบนี้แล้วละก็ ตัวยางที่จะพาเจ้า Skyline R32 คันนี้ ก็คงต้องเหนียวกว่ายางปกติสักหน่อยครับ โดยยางที่มาขับเคลื่อนเจ้า Skyline R32 คันนี้ เป็นยาง TOYO Tire R1R ขนาด 255/40 ที่รัดอยู่กับล้อซิ่งอย่าง Bubby Club P1 ที่สีสันของตัวล้อ ไม่ได้หนีจากตัวรถมากเท่าไหร่นักแต่ยางนี้เป็นยางซอฟต์ ดอกมันจะหมดไวเนื่องจากมันเกาะถนนมาก เทรดแวร์ของยางน้อย ข้อดีของมันคือเกาะถนนแห้งดี แต่แพ้น้ำ 555 เช่นถ้าฝนตก หรือถนนเปียก รถคุณจะกลายเป็นเรือทันที มันขับลำบากเพราะดอกยางมันไม่รีดน้ำ ได้อย่างก็ต้องเสียอย่างแหละ ส่วนล้อ Buddy Club P1 ชุดนี้ มาพร้อมความกว้างแบบพอดีในขนาด 9.5 นิ้ว ออฟเซ็ท +12 ตบท้ายในส่วนนี้ด้วยโช๊คอัพ A’PEXi N1 เป็นตัวซับแรงกระแทกที่จะเข้าไปสู่ห้องโดยสารครับ

             สำหรับ R32 แล้ว น่าจะเป็นรถที่ใครหลายๆคนอยากได้ ถึงมันจะเก่าแต่ราคาในท้องตลาดปัจจุบันนี่ถือว่าแพงกว่าสมัยเปิดตัวรถครั้งแรกอีก ด้วยจำนวนของรถที่น้อยลง หายาก หรือไม่ก็ไม่มีใครขายแล้ว เป็นแรร์ไอเทมอย่างนึงก็ว่าได้ ส่วนใหญ่คนที่มีก็จะเก็บไว้ ไม่ขาย เพราะถ้าขายไปแล้วโอกาสที่จะได้ครอบครองแทบจะไม่มี โดยส่วนตัวคิดว่า R32 เป็นรถที่สามารถขับใช้งานปกติได้ทุกวัน หากคุณใม่ได้นำมันไปโมดิฟายจนมันแรงเกินไป เพราะมันจะขับลำบากหากแรงม้ามันค่อนข้างสูง แต่ถ้าคุณชอบบ้าพลังก็คงจะเข้าทาง ขึ้นรถปุ้บ ดอมินิค ทอเรสโต้ เข้าสิงห์ทันที นั้นแหละคุณก็จะเหมาะกับรถแนวนี้ แต่ถ้าไม่บ้าพลังก็อย่าทำให้มันแรงจนเกินไป เพราะชีวิตจริงๆ คุณต้องขับในถนนที่รถติด ขับไปเบรคไป รถติดๆ เข้าได้แค่เกียร์1 แล้วเหยียบคลัชบ่อย ขาคุณอาจเสียก่อนรถพังสะอีก สรุปคิอแล้วแต่คนชอบ ถ้าคุณบ้าพลังก็จัดเลย มันพร้อมที่จะพาคุณไปแตะเส้นขอบฟ้าได้แน่นอน #Sky Line